มาตรฐานท่อน้ำร้อน
- LDA

- Dec 18, 2025
- 1 min read
ไม่ใช่ว่าท่อทุกชนิดจะเหมาะสมกับการใช้เป็นท่อน้ำร้อน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรฐานท่อน้ำร้อนในงานระบบน้ำประปา
ท่อน้ำร้อน นอกจากจะต้องทนความร้อนได้สูงแล้ว จะต้องทนแรงดันได้ดีอีกด้วย และท่อน้ำร้อนที่ดีจะต้องไม่ทำปฏิกิริยากับความร้อนแล้วก่อให้เกิดสารตกค้าง นอกจากนั้นท่อน้ำร้อนที่ดีต้องไม่เปลี่ยนรูปทรงเมื่อน้ำร้อนไหลผ่าน และต้องสามารถใช้งานน้ำร้อนได้ที่อุณหภูมิไม่น้อยกว่า 90 องศาเซลเซียส
ท่อที่ได้มาตรฐานท่อน้ำร้อน ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยมี 4 ประเภท ดังนี้
1. ท่อเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ( Hot Dip Galvanized Pipe ) หรือ ท่อเหล็กชุบสังกะสี หรือ ท่อประปากัลวาไนซ์ เป็นท่อประปาที่มีความแข็งแรงสูง ทนความร้อนได้สูงมากกว่า 90 องศาเซลเซียส แต่สูญเสียความร้อนได้สูงจึงควรต้องต้องหุ้มฉนวนเพื่อลดการสูญเสียความร้อน ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับท่ออีก 3 ประเภท แต่มีปัญหาการเกิดสนิม
โดยท่อเหล็กกัลวาไนซ์จะทนสนิมอยู่ได้นานประมาณ 20-50 ปี ในพื้นที่ปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาของการชุบกัลวาไนซ์ แต่พื้นที่ชายทะเลความสามารถในการทนสนิมจะลดลงเหลือเพียง 10-15 ปี และข้อควรควรระวังคือส่วนที่มีการเชื่อมหรือตัดจะเป็นจุดที่เกิดสนิมได้ง่ายกว่าส่วนอื่น

2. ท่อทองแดง ( Copper Tube ) เป็นท่อที่เป็นที่นิยมในการนำมาใช้ท่อน้ำร้อนในยุคก่อนที่จะมีท่อเหล็กบุพีอีไซเลอร์ และ ท่อพีพีอาร์ ท่อทองแดงมีปัญหาเรื่องมีความแข็งแรงน้อย บุบงอได้ง่ายเมื่อถูกแรงกระแทก ท่อทองแดงทนความร้อนได้สูงมากกว่า 90 องศาเซลเซียส แต่ก็สูญเสียความร้อนได้ง่าย จึงต้องมีการหุ้มฉนวนเพื่อลดการเสียความร้อน ท่อประปาทองแดงไม่มีปัญหาในเรื่องการเกิดสนิม และท่อทองแดงจะมีราคาแพงที่สุดเมื่อเทียบกับท่อทั้ง 3 ประเภท

3. ท่อเหล็กบุพีอีไซเลอร์ ( Syler PE-Lined Steel Pipe ) หรือท่อประปาเหล็กยูพีอี ท่อไซเลอร์ภายนอกเป็นท่อเหล็กชุปกัลวาไนท์ จึงมีความแข็งแรงสูง ภายในท่อบุด้วยพีอีเพื่อป้องกันสนิม และเป็นพีอีชนิดที่ไม่ทำให้น้ำเกิดสารปนเปื้อนหรือสารตกค้าง ท่อเหล็กบุพีอีไซเลอร์สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 90 องศาเซลเซียส ท่อรับแรงดันน้ำได้ดี ปัญหาการเกิดสนิมต่ำ แต่มีราคาค่อนข้างสูง

4. ท่อพีพีอาร์ ( PPR Pipe ) หรือ ท่อเขียว ท่อ PPR คือท่อน้ำชนิดล่าสุดที่มีจำหน่ายสำหรับงานระบบน้ำประปาและน้ำร้อน ท่อ PPR มีความแข็งแรงพอสมควร แต่ก็ไม่เปราะแตกได้ง่าย ท่อ PPR รุ่น PN20 สามารถทนอุณหภูมิได้สูงถึง 95 องศาเซลเซียส ผลิตจากเม็ดพลาสติกสีเขียวคุณภาพสูง ชนิดที่มีคุณสมบัติที่ไม่ทำให้น้ำเกิดสารปนเปื้อน ไม่มีปัญหาการเกิดสนิม การเชื่อมต่อท่อจะทำด้วยการใช้เครื่องเชื่อมความร้อนทำให้ได้ท่อที่เป็นเนื้อเดียวกัน ท่อพีพีอาร์จะมีราคาค่อนข้างสูง
ท่อ PPR PN10 ( น้ำเย็น ) จะเหมาะกับระบบน้ำประปา ทนแรงดันได้สูงสุด 10 บาร์ อุณหภูมิของน้ำที่ใช้งาน คือ 3 ถึง 60 องศาเซลเซียส
ท่อ PPR PN20 ( น้ำร้อน ) จะเหมาะกับระบบน้ำร้อน ทนแรงดันได้สูงสุด 20 บาร์อุณหภูมิของน้ำที่ใช้งาน คือ 3 ถึง 95 องศาเซลเซียส
และด้วยความที่เป็นที่นิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ผู้ผลิตท่อ PPR ได้มีการผลิตอุปกรณ์ประกอบขึ้นมามากมายหลากหลายรูปแบบเพื่อความสะดวกในการนำมาใช้งาน เช่น ข้อต่อ ข้องอ ยูเนี่ยน หัวก็อกผสม บอลวาล์ว...และอื่นๆอีกมากมาย
อย่างไรก็ตามท่อพีพีอาร์ไม่ทนต่อแรงกระแทก ไม่เหมาะกับการติดตั้งใต้พื้นดิน หรือ พื้นคอนกรีตที่มีการทรุดตัว

ประเทศไทยได้นำระบบการเดินท่อน้ำมาจากประเทศจีน ระบบวัดขนาดสมัยก่อนจึงใช้ระบบหน่วยวัดแบบจีน คือ "หุน" แต่ปัจจุบันนิยมใช้ "นิ้ว" ซึ่งเป็นระบบหน่วยวัดของอังกฤษ และ "มิลลิเมตร" ซึ่งเป็นระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ ( International system of units หรือ Si System ) และท่อ PPR เป็นท่อน้ำระบบมาตรฐานของยุโรป ซึ่งใช้หน่วยเป็น "มิลลิเมตร" จึงต้องมีการแปลงขนาดให้ถูกต้องก่อนนำมาใช้งานร่วมกัน



Comments