• LDA

ข้อควรระวัง 21 ข้อ งานผนังก่ออิฐมอญ

การทำให้ผนังก่ออิฐมอญฉาบปูนให้สวยงามและแข็งแรง และลดการแตกร้าวของผนัง มีข้อควรระวัง ดังนี้


  1. ไม่ทำผนังก่ออิฐบนพื้น ที่ไม่มีคานรองรับ ถ้าพื้นเดิมไม่มีคานต้องมีการเสริมคานเหล็กหรือคาน ค.ส.ล.ที่ถูกออกแบบโดยวิศวกร ไม่เช่นนั้นต้องเปลี่ยนเป็นงานผนังเบา ( ผนังโครงเคร่าโลหะกรุแผ่นยิบซั่ม...)

  2. ต้องแช่อิฐมอญในน้ำ 1 ชั่วโมง ก่อนนำมาก่อ เพื่อลดการดูดน้ำของอิฐจากปูนก่อ

  3. ควรก่ออิฐสลับแนว เพื่อเพิ่มความแข็งแรง

  4. ไม่ให้ปูนก่อมีความหนาเกิน 1.5 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้มีการยุบตัวมากเกินไป

  5. ไม่ก่อผนังอิฐให้เสร็จในครั้งเดียว ควรก่ออิฐที่ความสูงเพียงครึ่งเดียวของที่จะก่อแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 1-2 วัน เพื่อให้ผนังมีการยุบตัว จากนั้นตรวจสอบแนวผนังให้ได้ระดับ แล้วจึงก่อต่อ

  6. เมื่อก่อผนังขึ้นไปชนท้องพื้นหรือคานของอาคารด้านบน ควรมีการปล่อยผนังทิ้งไว้ก่อนฉาบ เพื่อรอดูการยุบตัวของผนังกับท้องพื้นหรือคาน ถ้ามีก็จะมีการเติมปูนก่อเพื่อให้ผนังเต็มก่อนฉาบ

  7. ผนังก่ออิฐต้องมีเสาเอ็นและทับหลังคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.)ที่ระยะที่เหมาะสม และโดยรอบประตู-หน้าต่าง เพื่อความแข็งแรง และลดการแตกร้าว

  8. ต้องมีการเสียบเหล็กหนวดกุ้ง หรือ เหล็กเส้น 6 มิลลิเมตร ออกจากเสา คาน และเอ็น ค.ส.ล. ยื่นเข้ามาในแนวผนังก่ออิฐ ที่ส่วนปูนก่อ โดยให้เหล็กเส้นมีความยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร และให้มีทุกระยะความห่าง 30-60 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของผนัง

  9. การเสียบเหล็กหนวดกุ้งเข้าในเสาและคาน ต้องมีการใช้กาวอีพ็อกซี่เสียบเหล็ก เพื่อช่วยประสานเหล็กเส้นให้ติดเข้ากับ ค.ส.ล.

  10. ผนังก่ออิฐต้องมีการติดลวดตะแกรงกรงไก่ ที่มุมวงกบประตู-หน้าต่าง และแนวการเดินท่อไฟฟ้า-ประปา เพื่อลดการแตกร้าว เนื่องจากการอยู่ร่วมกันของวัสดุต่างชนิดบนผนังก่ออิฐ

  11. ไม่เดินท่อไฟฟ้า-ประปา ในแนวนอน ตลอดความยาวผนัง เพราะจะทำให้ความแข็งแรงของผนังลดลง ควรเดินท่อเป็นแนวจากล่างขึ้นบน หรือบนลงล่างแทน

  12. ต้องรอผนังก่ออิฐเซ็ทตัวอย่างน้อย 7 วัน ก่อนจะมีการฉาบปูน โดยระหว่าง 7 วันนั้นต้องมีการรดน้ำบ่มผนังต่อเนื่องทุกๆวัน

  13. ควรผสมปูนฉาบด้วยเครื่องผสม แทนการผสมด้วยมือ เพราะจะทำให้เนื้อปูนเข้ากันได้ดีกว่า

  14. ไม่ฉาบปูนบนผนังก่ออิฐที่เปียกน้ำมาก ต้องปล่อยทิ้งไว้ให้ผนังหมาดๆแล้วจึงทำการฉาบปูน

  15. ควรมีการจับเซี้ยม-จับปุ่มด้วยปูนเค็ม เพื่อใช้หาระดับและความหนาของการฉาบปูน

  16. ควรมีการสลัดดอกหรือการสบัดปูนที่ผิวของเสาและคานให้ผิวขรุขระ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ ก่อนการฉาบปูน

  17. ไม่ฉาบปูนหนาหรือบางเกินไป ความหนาของปูนฉาบที่เหมาะสม คือ 1.5 ถึง 2.5 เซนติเมตร

  18. ควรฉาบปูนที่ผนัง 2 ครั้ง โดยการฉาบชั้นแรกให้ใช้ปูนซีเมนต์ที่มีความหยาบ (ปูนฉาบทั่วไป) และฉาบไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร โดยการฉาบชั้นที่สอง คือ การฉาบทับหน้าด้วยปูนซีเมนต์ที่มีเนื้อละเอียด (ปูนฉาบละเอียด)

  19. เมื่อฉาบผนังปูนแล้วเสร็จ ต้องมีการบ่มผิว ด้วยการรดน้ำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 5-7 วัน โดยผนังที่โดนแดด ควรมีการรดน้ำเพิ่มเป็น 2-3 ครั้งต่อวัน หรือมีการบังแดดให้ผนัง

  20. ถ้าต้องการให้ผิวผนังเรียบเนียนเป็นพิเศษ อาจใช้ปูนฉาบแต่งผิวสกิมโค้ท (Skim Coat) ในการฉาบทับหน้า ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น

  21. ไม่ใช้ อิฐมอญ และปูนซีเมนต์สำหรับก่อ-ฉาบ ที่ไม่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุฒสาหกรรม (ตรา มอก.)


#ผนัง #เทคนิคช่าง #DIY